ต่าง


ต่างเดินทาง ต่างย่ำ ระส่ำระส่าย
ต่างเดินทาง ต่างหมาย ได้ก้าวหน้า
ต่างคิด จิตใจ ในเพ-ลา
ต่างไขว่ ต่างคว้า หาจุดยืน

แต่ความต่าง ห่างไกล ใจต่างคิด
ต่างที่จิต คิดไป ใจจึงฝืน
ต่างก็พบ จบที่จุด สุดจะกลืน
ต่างก็ขื่น ต่างก็ขม ระทมใจ

สหาย พันจอก
24/2/2555

ระยะรัก



ยิ่งไม่ได้เจอกันยิ่งหวั่นไหว

ยิ่งไม่ได้มีใครยิ่งใจเหงา
รวนเร แล้วหรือ ระหว่างเรา
อยากบอกเขาว่าเศร้าก็เท่านั้น

ต่อแต่นี้เส้นทางยิ่งห่างเหิน
กว่าจะเดินระหว่างใจไปถึงฝัน
จะกี่ปี กี่คืน กี่หมื่นวัน
ระหว่างเธอระหว่างฉัน…ระหว่างทน

ระหว่างทน หดหู่ ความรู้สึก
ระหว่างทาง ระหว่างนึก ย่อมสับสน
ระยะห่าง ระหว่างใจ อาจวกวน
ระหว่างคิด ระหว่างคน ต้องทนดู

ต้องทนดู เฝ้าดู ความรุ้สึก
เพียงแค่นึก ตรมตรอม ยอมหดหู่
คนอยู่ไกล ใจอยู่ใกล้ หมายชื่นชู
ยอมอดสู เสียสละ ระยะรัก.๚๛

สหาย พันจอก
11/3/55

ไม่ต่่าง


ไม่ต่าง

ภาพโดย สหาย พันจอก

ไม่ต่าง

พัดผ่านปานลมหวิว
กระชากพลิ้วปลิวก้านใบ
ใช่จะกระชากใจ
ให้เจ็บช้ำด้วยคำคน

ด้วยคิดจิตสำนึก
ต่างรู้สึก ณ ใจตน
เกิด-ดับ ฤาสับสน
สุขหรือเศร้าก็เท่านั้น

มาดมั่นสำคัญหมาย
การเกิดกาย บ่ ต่างกัน
ตัวตนต่างชนชั้น
ต่างถึงวันที่สิ้นสูญ

บรรจบพบวังวน
ต่างท่วมท้นปนอาดูร
ทุกร่างต่างเกื้อกูล
ต่างปลิดปลิวร่วมผิวดิน

สหาย พันจอก:ภาพ-คำ
22/2/55

 

เพื่อนยาก


มึงโปรดช่วยรับรู้ว่ากูเศร้า
กูกินเหล้าหยำเปเสเพลหนัก
เหตุก็เพียงกานดามาหน่ายรัก
กูถูกหักก้านหัวในตอนนี้

กูซึ้งใจหนักหนาแม่ยาจิต
กูคิดผิดที่หลงรักเสียเต็มที่
ทิ้งกูไปใจกูจำช้ำฤดี
ทั้งชีวีปวดร้าวคราวเธอลา

มึงนั่งลงฟังคำที่ช้ำชอก
กูบ่นบอกเรื่องฉาวราวคนบ้า
กูมีเรื่องเคืองแค้นแน่นอุรา
มึงอย่าว่ากูเลยเฉยเฉยไว้

มึงคนเดียวที่รักกูรู้หรือเปล่า
ใจกูเฉาย่อยยับรับไม่ได้
ยิ่งยามนี้ตัวกูหดหู่ใจ
มิมีใครขอบอกนอกจากมึง

กระดกรินกินกับกูอยู่กันก่อน
เรื่องทุกข์ร้อนตอนนี้ที่มาถึง
เป็นความเศร้าโศกาที่ตราตรึง
กูซาบซึ้งอิสตรีที่หลายใจ

มึงเห็นไหมนั่นนังหนูอยู่ข้างข้าง
แกอ้างว้างถามกูแม่อยู่ไหน
กูจะเอ่ยเฉลยคำช้ำฤทัย
บอกแบบไหนให้ลูกรู้ช่วยกูที

เฮ้ย…! มึงรินกินอีกหน่อยแล้วค่อยจาก
กูลำบากนักหนาอย่าเพิ่งหนี
กูกินเหล้าเมายาประดามี
คืนวันนี้ขอทำใจในเรื่องราว

ขออีกนิด เถอะวะ…นะเพื่อนรัก
กูจะหักมิหวั่นไหวแม้ใจผ่าว
ณ คืนนี้ความรักฝ่อขอสักคราว
ลืมรักร้าวโศกศัลย์วันพรุ่งนี้

สหาย พันจอก
15/2/55

วัยหวานกับ กนกพงศ์ สมสงพันธุ์


ภาพจากอินเตอร์เน็ต


ลงรถไฟสถานีพัทลุง  เห็นขุนเขาอกทะลุตระหง่านอยู่เบื้องหน้านึกในใจมันช่างเป็นเมืองที่ท้าทายอะไรเยี่ยงนี้

ผมเดินทางมาจากปัตตานีไปเยี่ยมพี่สาว  กำลังจะกลับนครศรีธรรมราช  แต่…เป้าหมายหนึ่งต้องแวะเมืองนี้เพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนผู้พิศวาสกลิ่นอักษรเช่นกัน…เขาชื่อ กนกพงศ์ สงสมพันธ์

ยามนั้นเขากำลังเรียนม.6 ร.ร.พัทลุง  ส่วนผม เรียนปีหนึ่งเทคนิคช่างไฟฟ้า ระดับปวส.  เรื่องสั้นที่เราได้รวมเล่มด้วยกันทำให้ผมคิดว่าเราต้องเจอะเจอกันบ้าง

นั่งสองแถวลงหน้าโรงเรียน  เดินไปที่ห้องอำนวยการ  อาจารย์ท่านต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี  แนะให้ผมเดินไปที่ห้องที่กนกพงศ์กำลังเรียนอยู่   มันเป็นชั่วโมงวิทยาศาสตร์

เด็กหนุ่มรูปร่างผอมสูง กางเกงขาสั้นสีกากี เดินยิ้มเผล่ออกมาทักทาย  พร้อมแนะนำผมให้อาจารย์ได้รู้จัก… “อีกสิบนาทีหมดคาบเรียนแล้ว”กนกพงศ์บอก “เลิกเรียนแล้วกลับบ้านพร้อมกัน”

บ้านพักของกนกพงศ์ เป็นบ้านสองชั้นสีเขียว  อยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนมากนัก  เหมือนบ้านอยู่ในสวนประมาณนั้น  กนกพงศ์บอกว่า เป็นบ้านที่พ่อสร้างไว้ให้ลูกๆ มาพักเมื่อมาเรียนหนังสืออยู่ในเมือง

กนกพงศ์พักอยู่กับเพื่อนๆ อีกสองคน  แนะนำให้ผมได้รู้จัก  เสียดายผมจำชื่อไม่ได้เสียแล้ว  เขาพาเดินดูรอบๆ บริเวณบ้านซึ่งร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้   ในบ้านเต็มไปด้วยตู้หนังสือ  ส่วนหลังบ้านเลอะเทอะไปด้วยคราบสี  เขาบอกว่าพื้นที่ตรงนี้เขาใช้เขียนป้ายโฆษณายามจัดกิจกรรมต่างๆ

“กิจกรรมทั่วไปที่พวกๆ จัด ผมเขียนป้าย”เขาบอก เขาพาผมเดินไปให้รู้จักที่ทำการกลุ่มนาครของเมืองพัทลุง  ที่นั่นผมได้เจอ พี่ประมวล มณีโรจน์  ตอนนั้นกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการจัดทำจุลสารของกลุ่มนาคร

“จุลสารของกลุ่มเป็นเอกสารโรเนียว ทำต้นแบบด้วยกระดาษไข  แจกจ่ายไปให้บรรดาสมาชิกทั่วภาคใต้” พี่ประมวลชี้แจง  เมื่อผมกลับบ้านที่นครศรีฯ ผมเคยได้รับเอกสารนี้หลายครั้ง  เสียดายจริงๆ ถ้ายังอยู่…มันจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับผมอย่างที่สุด

ผมลากนกพงศ์ในอีกสองวันต่อมา  ยังจดจำภาพต่างๆ ได้เลือนราง  แต่บางภาพก็แม่นยำ  โดยเฉพาะช่วงเช้าที่กนกพงศ์พาผมไปเล่นน้ำคลองข้างๆ บ้าน

เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้ว่า กนกพงศ์ ชอบดนตรี คาราบาวมาก ๆ เขาเป็นคนที่เลียนเสียงพูดของแอ๊ด คาราบาวได้เหมือนที่สุด  ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่า…แอ๊ด คาราบาว จะเป็นคนหนึ่งที่แต่งเพลงให้เขายามที่เขาเสียชีวิต

13 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นวันที่ครบรอบการจากไปของเขาอีกรอบ  แม้ในยามที่เขาโด่งดังในวงการวรรณกรรม  ผมจะไม่ได้คลุกคลีคุ้นเคยกับเขาเท่าในวัยเด็กที่เริ่มเป็นหนุ่ม  แต่ความทรงจำเหล่านั้นก็ยังแนบแน่นไม่รู้คลาย

วันเวลาไม่เคยหวนกลับ  ทุกชีวิตล้วนเดินไปข้างหน้า  มีความมืดดำของโลกที่เราไม่รู้จักเป็นกับดัก  ทุกชีวิตต้องเจอ หากแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น  กนกพงศ์ เดินทางไปถึงก่อนใคร ๆ ในวัยเดียวกันอีกหลายคน  และเขาก็หลับสบายอยู่ที่นั่นชั่วนิจนิรันดร์

สหาย พันจอก
12/2/55

เสือโหย


หยิบความรักแบกบ่าพาตระเวน
จะเหลือเดนเก่ากากก็อยากรัก
จะเป็นซากขื่นเข็ญไม่เห็นหนัก
เหนื่อยก็พัก วางลงไว้ตรงนั้น

ออกสัญจร ร่อนเร่ ระเหระหก
หัวกระดก ก้นขมิบ ขยิบฝัน
ร่ายกวี ลีลา สารพัน
มือเอื้อมจันทร์ เอื้อมดาว สาวถึงเดือน

ร่ายเรียงเรียง เคียงคำ ขยำย้อน
ร่ายบทกลอน บางกลอน ใส่ไคร้เพื่อน
เกี่ยวดอกรัก มาร้อย คอยตอกเตือน
แล้วปล่อยเลือน โรยรา จนราโรย

ทิ้งความรัก วางลง ตรงฟุตบาท
คือสัญชาติ อิหลักอิเหลื่อ ไอ้เสือโหย
ได้เวลา เดินทาง กลางลมโชย
ได้เวลา ออกขโมย อีกหนึ่งครา

ขโมยรัก ขึ้นบ่า พาตระเวน
จะกากเดน แค่ไหน ไม่รู้สา
ขย้ำรัก อร่อยเหลือ เพราะเสือปลา
แล้วปล่อยเศษ  ทิ้งอีกครา..ไม่สนใจ.

สหาย พันจอก

เพลงหัวใจ



ภาพโดย สหาย พันจอก
โอ้ ใจเอ๋ย หัวใจ ทำไมเจ้า
ชอบยกเท้า ก้าวย่าง อยู่อย่างนั้น
ชอบออกเดิน เหินไกล ไม่ว่างวัน
ยิ่ง”ได้มัน” “ได้มี” ยิ่งปรีดา

ร่านระรื่น ชื่นบาน ผ่านแก้มอิ่ม
เจ้าแย้มยิ้ม อิ่มหวาน ผ่านวงหน้า
นรกเยือน เบือนหลบ ไม่สบตา
ยังคิดว่า เจอสวรรค์ มาบันดล

จนได้รู้  อยู่กับปาก อยากลอง,อิ่ม
จนได้ชิม  รสเด็ด เผ็ดพริกป่น
รู้ว่าผี  ปั้นหน้า มาเป็นคน
รู้,อับจน จึงทนเจ็บ ตะเข็บใจ

อ่ะ ใจเอ๋ย หัวใจ ใครกันเล่า
ร้องเพลงเศร้า อดสู อยู่หนไหน
จึงวังเวง เพลงโศก เหมือนโลกไกล
จะคร่ำครวญ  เพลงอะไร ใครจึงฟัง…?

สหาย พันจอก : ภาพ-คำ
6/2/55

ครัวพ่อหม้าย


ข้าวร้อนร้อน ตอนเริ่มหุง ฟุ้งกลิ่นหอม

น้ำพริกอ่อม ผักสด รสยังหวาน

รักเพิ่งเริ่ม เติมใจ ไม่ทันนาน

ข้าวก้นจาน บูดเหม็น ลำเค็ญแท้

 

ถ้วยน้ำพริก ค้างคา จนรา-งอก

เห็ดออกดอก หม้อยังใหม่ ไม่แยแส

เดินเข้าครัว ขุ่นเคือง ชำเลืองแล

เวรแท้แท้ รักมาร้าง เสียกลางคัน

 

เจ้าแมวเหมียว ร้องหง่าว ว้าวแหง่วแหง่ว

ตะกุยแก้ว จาน-เขียง ส่งเสียงลั่น

เดินคลอเคลีย เลียแข้ง พัลวัน

อาทิตย์,จันทร์ ท้องกิ่ว มันหิวโซ

 

อาหารถุง สำเร็จ เม็ดกรอบกรอบ

ทีละหอบ ซื้อหา มาเป็นโหล

แมวยังเมิน เดินเป๋ ทำเยโย

แล้วโมโห งุ่นง่าน ขี้คร้านกิน

 

คนโดดเดี่ยว เปลี่ยวเปล่า จึงเหงาจิต

ไร้มิ่งมิตร ไร้หวัง ไปทั้งสิ้น

เดินเข้าครัว หม้อใบเก่า เหงา เห็น,ชิน

ทิ้งให้สิ้น ซื้อใหม่ หม้อใบงาม

 

ทั้งช้อนจาน เปลี่ยนใหม่ ให้ใสสด

เคยรันทด หมดรัก หักใจห้าม

ตำน้ำพริก ถ้วยใหม่ โลกใบงาม

คลุกข้าวตาม ด้วยปลาทู อยู่กับแมว.

 

สหาย พันจอก 

4/2/55

ผู้นำทาง(วิถีทาง)


ค่ำคืน เงียบเหงาและเปล่าดาย
ดาวรายริบหรี่ สีหม่นหมอง
เสียงราวไพรบรรเลงเพลงทำนอง
หรีดหริ่งร้องก้องดังเหมือนกังวล

คนขมขื่นฝืนยิ้มให้ปริ่มหน้า
กายเริ่มล้าเพราะใจ…ใครทำหม่น
เหมือนโดนฑัณต์สั่งมาจากฟ้าบน
กลายเป็นคนเซซังทั้งชีวิต

จะหยิบจับสิ่งใดให้เขินขัด
อัตคัตแร้นแค้นแสนหงุดหงิด
พลาดเพียงน้อยรอยระบมตรมเพียงนิด
เกิดความผิดลามไหลไปทั้งตัว

ยิ้มไม่ชื่นฝืนยิ้มให้ปริ่มหน้า
แหงนมองฟ้าสีฟ้า เป็นฟ้าหลัว
เห็นสีแดงเป็นดำช้ำหม่นมัว
เห็นกงจักรเป็นดอกบัวก็ครานี้…!

สหาย พันจอก
28/1/55

เงาน้ำตา


เมื่อความเศร้า ยังฉาบ อาบดวงหน้า
หยาดน้ำตา ยังอาบ ฉาบสองแก้ม
เหมือนแสงจันทร์ โรยรา คราคืนแรม
ยิ้มเคยแย้ม กลับหม่น บนเพลงทุกข์

ทั้งอ่อนล้า มากมาย นิยายเศร้า
มารุมเร้า เส้นทาง ร้างความสุข
ล่วงคืนวัน เวลา มารุมรุก
ที่สนุก เคยสนาน จึงผ่านเลย

หลากเรื่องราว แร้นแค้น แสนขื่นเข็ญ
ทุรยศ ลำเค็ญ เห็น-ต้องเฉย
ภาพชีวิต อ้างว้าง เหมือนอย่างเคย
จะเปิดเผย ให้ใครรู้ หดหู่นัก

จึงคร่ำครวญ เพลงปร่า อย่างเปล่าเปลี่ยว
จึงโดดเดี่ยว ขื่นขม ระทมหนัก
อยู่บนโลก อ้างว้าง ร้างความรัก
ยอมจมปลัก บนโลกเหงา ด้วยเงาลวง

สหาย พันจอก

23/1/55


Previous Older Entries Next Newer Entries

%d bloggers like this: