เมื่อน้ำท่วม-1


คลองหน้าบ้าน

ลำคลองสายนี้..ทำให้เราต้องเจอกับน้ำท่วมทุกปี (คลิกดูแผนที่ลิงค์ด้านล่าง)

http://g.co/maps/5783q

ฝนที่เทลงมาอย่างบ้าคลั่งสามวันติดต่อกันทำให้น้ำในลำคลองหน้าบ้านสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากกระแสน้ำที่ไหลเอื่อยเฉื่อยเริ่มทวีความเชี่ยวกรากขึ้นเป็นลำดับ มองดูเหมือนเกลียดวเชือกขนาดยักษ์บิดพันกันไปมา  ท้องฟ้าตอนนี้เห็นแต่ฝ้าขาวเต็มไปหมด ราวกับฟ้าทั้งผืนถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกระจกฝ้าบานใหญ่ ฝนตกแบบนี้ชาวบ้านเรียกว่าตกแบบฟ้าขาว ยากนักที่จะหยุดได้ง่ายๆ ไม่เกินครึ่งวันกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากก็ค่อยๆ เอ่อล้นตลิ่งมาหน้าบ้าน มันพัดพาเอาขี้เลื่อยจากโรงเลื่อยต้นน้ำ เศษขยะ และกองไม้ผุๆมาด้วย
พ่อบอกว่าตอนนี้น้ำคงท่วมโรงเลื่อยไปแล้ว มันอยู่ห่างจากที่นี่ไปหลายกิโล แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า ถ้าระดับน้ำไม่สูงจริงๆ มันก็ไม่สามารถท่วมโรงเลื่อยได้
น้ำหน้าบ้านสูงเทียมหน้าแข้งผู้ใหญ่ แววตาของพ่อฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด พวกเราเด็กๆ ยังสนุกอยู่กับการเล่นน้ำหน้าบ้าน…แม่บอกอย่าออกไปไกล เดี๋ยวน้ำจะพัดลอยไปลงทะเล

ไม่ถึงครึ่งวันระดับน้ำก็สูงขึ้นปริ่มนอกชาน ขณะที่ฝนยังคงตกไม่หยุด ระดับน้ำขยับขึ้นเร็วมาก ฟ้าก็ใกล้โพล้เพล้ ความมืดที่โรยตัวเข้ามามันทำให้ทุกคนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอากันยังไงดี
“ถ้ารู้ว่าน้ำมันมาเร็วแบบนี้ก็ย้ายของไปบนควนเสียตั้งแต่เช้า” เสียงพ่อบ่นพึมพึม ควนของพ่อหมายถึงบ้านบนเนินที่น้ำท่วมไม่ถึง ญาติๆของแม่อยู่ที่นั่นทุกครั้งที่เข้าหน้าน้ำเราต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่นั้นกันเป็นประจำ….


ปีที่แล้วเราย้ายไปอยู่ที่นั่นกันร่วม 2 อาทิตย์ รอให้น้ำลดแล้วค่อยกลับมาใหม่ พวกเราเด็กๆ สนุกสนานกันใหญ่โต มีหลายครอบครัวไปรวมตัวกันบนควน หุงข้าวครั้งหนึ่งเป็นกระทะใบบัว อาหารแห้งประเภทปลากระป๋องหมดไปเป็นเข่ง มันเป็นอาหารอย่างเดียวที่พอจะหาได้ในขณะนั้น


น้าเลี่ยมคนข้างบ้านตะโกนโหวกเหวก บอกว่าอย่างนี้เอาไม่ไหวแล้ว…น้ำมาเร็วมาก บ้านของแกเตี้ยกว่าบ้านเรา เลี้ยงหมูไว้ตัวหนึ่งก็ต้องเอามาอยู่บนบ้าน


“เดี๋ยวมันต้องท่วมบ้านฉัน” ได้ยินแกตะโกนฝ่าสายฝน “ช่วยอุ้มหมูไปปล่อยบนจอมปลวกก่อนดีกว่า”น้าเลี่ยมตะโกนฝ่าสายฝนมาอีก คราวนี้เสียงดังกว่าเดิม  ผมเห็นพ่อปลดเชือกเรือแล้วพายไปที่บ้านน้าเลี่ยม คงจะไปช่วยจับหมูไม่ให้มันดิ้น ไม่อย่างนั้นมันอาจทำให้เรือพลิกคว่ำได้… พ่อหายไปพักใหญ่ก็กลับมา เนื้อตัวเปียกปอน


“จอมปลวกหลังบ้านเลี่ยมยังสูงอยู่….ยังดี มันเป็นลานกว้างพอให้หมูยืนได้ เอามันไปปล่อยไว้บนนั้น”พ่อพูดพลางปาดน้ำฝนบนหน้า


“ถ้าน้ำท่วมละพ่อ มันก็ตายสิ”แม่สงสารหมู
“อืม…ไว้ที่บ้านมันก็ตายเหมือนกัน ตอนนี้บ้านน้าเลี่ยมน้ำท่วมนอกชานแล้ว” พ่ออธิบาย

บ้านของเรายังแค่ปริ่มชานเรื่อน  พ่อบอกว่าอีกไม่นานมันต้องท่วมถึงเรือนใหญ่  ปีนี้ดีหน่อย ข้าวเหลือในยุ้งนิดหน่อยพ่อกับแม่ขนเอามาไว้บนคานที่เอาไม้มาปูต่อๆกัน  หมูก็ไม่ได้เลี้ยงแล้ว  วัวทั้งฝูงก็ถูกขโมยไปเมื่อปีก่อน  ตอนนี้เหลือแต่หมาชื่อไอ้ลาน กับแมวชื่อไอ้เปีย และไก่อีกฝูง  พวกมันบินไปอยู่บนหลังคากันเรียบร้อยแล้ว

บ้านของเราอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ติดลำคลอง  ต้นน้ำอยู่ที่เชิงเขาที่ไหนสักแห่งที่ไกลออกไป  พ่อเคยพายเรือไปถึงโรงเลื่อย  ซึ่งอยู่ไกลมาก แต่กระนั้นก็ไม่เคยไปถึงต้นน้ำซักครั้งเดียว  ทุกๆ ปีบ้านเราต้องถูกน้ำท่วมตลอด  เพราะมันเป็นทางผ่านของน้ำที่จะไหลออกไปทะเลที่เรียกกันว่า “ปากน้ำ”  ลำคลองที่ผ่านหน้าบ้านมันก็แปลก  ที่ต้องไหลอ้อมมาทางหลังบ้านอีก  แต่ระยะทางที่มันไหลอ้อมไปก็ห่างกันพอสมควร  ทำให้หมูบ้านของเรารู้สึกเหมือนอยู่ต้นแหลมที่มีน้ำล้อมไว้สามด้าน

แม่หุงข้าวทำกับข้าวง่ายๆ อย่างรวดเร็ว  ผมกับน้องกินข้าวกันอิ่มด้วยบรรยากาศของน้ำและฝนทำให้เจริญอาหารเป็นพิเศษ  มื้อนี้มีน้ำพริกมะขามทอดน้ำมัน กินกับปลาช่อนย่างและยอดผักบุ้งสลวดน้ำ  มันเป็นยอดผักบุ้งนาที่โดนน้ำแล้วจะแตกยอดออกใหม่พยายามทอดยอดหนีความสูงของระดับน้ำ  ยอดมันอวบอิ่มและกรอบเป็นพิเศษ  กินเสร็จผมทำหน้าที่ล้างจาน  สบายหน่อยน้ำเยอะดีใช้น้ำที่ท่วมนั่นแหละล้างซะเลย

ฟ้ายังขาวโพลนไปด้วยม่านฝน  แต่บรรยากาศที่มืดมิดทำให้รู้เวลาว่าค่ำแล้ว  พ่อจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดไล่ผมกับน้องเข้าห้องนอน  บ้านเราไม่มีไฟฟ้า ไม่มีทีวี  มีแต่วิทยุเอฟเอ็มเครื่องเดียวก็เปิดฟังไม่ได้เพราะแบ็ตเตอรี่หมด

ผมกับน้องชายถูกพ่อปลุกให้ตื่นสองครั้ง  ครั้งแรกบอกว่าจะยกเตียงให้สูงขึ้นเพราะน้ำท่วมถึงเรือนใหญ่แล้ว  ผมเห็นพ่อเอาไม้มาหนุนขาเตียงยังเหลืออีกด้านไม่รู้จะเอาอะไรมาใช้ดี   แม่หยิบครกที่ใช้ตำน้ำพริกส่งให้

“เอาไอ้นี่แหละ”แม่ว่า  พอเอาไปหนุนปรากฏว่าความสูงของเตียงได้ระดับกันพอดี

ตื่นมาอีกครั้งเพราะโดนแม่ปลุกคราวนี้น้ำปริ่มขอบเตียงแล้ว  พ่อเอาเรือไปเทียบกับของเตียงให้ผมกับน้องนอนในเรือ  ผมขยี้ตาแทบจะไม่เชื่อ บ้านของโรงยกใต้ถุนสูงมีบันไดแปดขั้น  แต่น้ำบนบ้านสูงถึงเอวแม่  ไอ้เปียแมวหนุ่มขึ้นไปนอนกบดานเงียบอยู่บนขื่อ  ไอ้ลานว่ายน้ำมาเกาะกราบเรือ  พ่อยกที่นอนไปไว้ข้างไอ้เปียแล้วให้ไอ้ลานไปยืนบนเตียงแทน

พ่อบอกให้ผมนอนแต่ผมกับน้องนอนไม่หลับกันแล้ว  นั่งมองระดับน้ำข้างฝาที่ขยับสูงขึ้นทุกวินาที  กระทั่งฟ้าเริ่มสาง  น้ำท่วมจวนมิดหน้าต่างพ่อกับแม่หันหัวเรือออกจากประตูบ้านพาผมกับน้องไปอยู่บนควน  ไอ้ลานกระโดดแผล็วมาเกาะกราบเรืออีก  พ่อง้างพายทำท่าจะตีแต่ไม่ตี

“ไปอยู่บนเตียงก่อน เดี๋ยวมารับ”พ่อตวาด  ไอ้ลานรู้เรื่องว่ายน้ำกลับไปที่เตียงอีกครั้ง

พ่อกับแม่พายเรือฝ่าสายฝนและสายน้ำที่เชี่ยวกรากร่วมครึ่งชั่วโมง  ผมกับน้องนั่งคุดคู้อยู่ในผ้ายางกันฝน  มองเห็นรางๆ ว่าไม่มียอดข้าวโผล่เหนือน้ำแม้แต่กอเดียว ทุ่งนาหลายไร่หลังบ้านเป็นเวิ้งทะเลไปเสียหมด  มองกลับไปที่บ้านเห็นแค่หลังคา

พ่อส่งผมไปบ้านป้าแล้วหันหัวเรือกลับ  บอกว่าจะทยอยเอาของจำพวกข้าวสารอาหารมาอีก  ที่ลานหน้าบ้านป้าปกติไม่เคยมีน้ำ  แต่ครานี้น้ำสูงเกือบกลางแข้ง  หลายครอบครัวอพยพมาที่นี่กันนานแล้ว  บ้านป้าซึ่งเป็นพี่สาวแม่หลังใหญ่อยู่กันได้หลายสิบคน

ผมกับน้องไปบนเรือนซักพักข้างล่างได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกว่าหมาใคร…หมาใคร…
“มันจะตายมั้ยเนี่ย…?”ได้ยินเสียงตะโกนอีก

ผมรีบวิ่งออกไปดูก็ต้องตะลึง…
เห็นไอ้ลานยืนเปียกล่อกแล่กตัวสั่น  ไม่น่าเชื่อ…มันวิ่งกลับไปที่เตียงตอนพ่อง้างไม้พายจะตี  แต่พอคล้อยหลังก็แอบว่ายน้ำตามมา  จากบ้านมาถึงนี่ระยะทางร่วมสามกิโลเมตรเลยนะนั่น!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: