แหกตาเรียกค่าไถ่


หลังลูกๆ ไปเรียนและสามีไปทำงานแล้ว คุณสดสีก็ต้องเฝ้าบ้านคนเดียวเฉกเช่นทุกวัน

คนสดสีมีลูกสาว 2 คน คนเล็กชื่อแพรว เรียนอยู่ชั้นม.ปลาย ส่วนคนโตชื่อแพร เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสาม  สามีคุณสดสีเป็นข้าราชการครู ชื่ออาจารย์โชติช่วง สอนอยู่โรงเรียนใกล้ๆบ้าน

แรกเริ่มเดิมทีครอบครัวคุณสดสีพักอยู่ในบ้านพักครูของโรงเรียน  ต่อเมื่อคุณสดสีได้มรดกมาจากทางบ้านเป็นที่ดินจำนวนหลายไร่ก็แบ่งขายออกไปและนำเงินส่วนหนึ่งซื้อบ้านไว้หนึ่งหลังใกล้ๆโรงเรียน  ด้วยตัวเองเป็นแม่บ้านยามลูกและสามีไม่อยู่ตนเองก็ต้องเฝ้าบ้านตามลำพัง

ตอนสายของวันนั้นคุณสดสีได้รับโทรศัพท์จากคนเสียงแปลกๆ เนื้อความในโทรศัพท์ทำให้คุณสดสีแทบช็อค

“นั่นบ้านอาจารย์โชติช่วงใช่ไม๊ ตอนนี้ลูกสาวคุณที่ชื่อแพรวอยู่กับเรา ถ้าคุณอยากได้ลูกสาวคืน ก็โอนเงินมาให้เราด่วน ไม่เช่นนั้นเราไม่รับประกันความปลอดภัยของลูกคุณ”

และทำให้คุณสดสีแทบสิ้นสติเมื่อปลายสายเป็นเสียงของลูกสาวคนเล็ก

“แม่…ช่วยหนูด้วย ตอนนี้มันจับลูกมา หนูไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน…”

คุณสดสีพยายามตั้งสติถามออกไป  แต่ปรากฏเสียงของชายคนเดิมตอบมา

“คุณมีเงินในบัญชีเท่าไหร่โอนมาด่วนเลย ไม่เช่นนั้นเราไม่รับประกันความปลอดภัยของลูกสาวคุณ”

“โอนไปไหน”คุณสดสีถาม

“เดี๋ยวเราจะบอกเลขที่บัญชีให้ เอาปากกามาจด” เสียงขู่สำทับเข้ามา

“ฉันไม่มีเงินหรอก…เงินในบัญชีไม่มี” คุณสดสีพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ

“ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่ที่บ้าน สาม สี่พันเท่านั้น” คุณสดสีบอก เธอไม่ได้โกหกแต่เธอมีเงินอยู่แค่นั้นจริงๆ “ถ้าคุณจะเอา…ฉันจะให้คุณ  แต่ฉันมีเท่านี้นะ”

ปลายสายถูกตัดไป  คุณสดสีรีบโทรศัพท์หาสามีเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทันที   อาจารย์โชติช่วงบึ่งรถกลับมาบ้าน   เมื่อตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่โทร.เข้ามาก็มองไม่เห็นเพราะถูกตั้งเอาไว้ไม่ให้โชว์เบอร์

อาจารย์โชติช่วงรีบโทร.ไปหาลูกสาวปรากฏว่าปิดเครื่อง  เมื่อโทร.ไปที่โรงเรียนก็ไม่มีคนรับสาย  อาจารย์โชติช่วงรีบพาภรรยาบึ่งไปที่โรงเรียนทันที  ลูกสาวคนเล็กที่ชื่อแพรววิ่งออกมารับ

ลูกสาวบอกว่าเธอไม่ได้ถูกใครจับตัวไปแต่อย่างใด  ส่วนที่โทร.ไม่ติดเพราะกำลังอยู่ในชั่วโมงเรียนจำเป็นต้องปิดเครื่อง  ส่วนโทรศัพท์โรงเรียนอยู่ในห้องธุรการตอนนั้นอาจเป็นเวลาพักกลางวัน และไม่มีใครอยู่

ทั้งอาจารย์โชติช่วงและคุณสดสีถอนหายใจอย่างโล่งอก   แสดงว่าโดนแก๊งค์ต้มตุ๋นแหกตาเอาเต็มๆ  คุณสดสีบอกว่าถ้าเธอมีเงินอยู่ในบัญชี  ตอนนั้นเธออาจตัดสินใจโอนเงินไปให้พวกมันก็ได้…เพราะตกใจมากทำอะไรแทบไม่ถูกจริงๆ

ดีที่แก๊งค์นี้ยังใจไม่ถึงพอ…ไม่อย่างนั้นถ้ามันบอกว่าถ้างั้นมันจะมาเอาเงินสดที่บ้าน…สี่พันก็จะเอาคุณสดสีก็คงต้องให้ไป

อาจารย์โชติช่วงบอกว่าแก๊งค์นี้น่าจะเป็นคนที่รู้จักตนเป็นอย่างดี   คงคิดว่าตนเองมีเงินฝากแบงค์มากมายเพราะเพิ่งซื้อบ้านและขายที่ดินได้   แต่จะให้ชี้ว่าเป็นใครนั้นตนไม่สามารถบอกได้  สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือไปแจ้งความเอาไว้เป็นหลักฐานและบอกกับภรรยาไว้ว่าถ้ามีคนที่ไม่รู้จักก็อย่าเปิดบ้านรับเข้ามาเป็นอันขาด  ไม่เช่นนั้นอาจมีเหตุต้องเสียทรัพย์ได้

เรื่องนี้เก็บไว้เป็นอุทาหรณ์  ใครที่เพิ่งได้รับมรดกหรือได้ลาภก้อนใหญ่มาพึงสังวรไว้  คุณกำลังตกเป็นเป้าสายตาของมิจฉาชีพโดยที่คุณไม่รู้ตัว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: