♥ แข่งหนังตะลุง


หากใครที่ผ่านการเรียน ชั้น ม.ศ.3 หลังปี 2520 เป็นต้นมาคงจะปฎิเสรธไม่ได้ว่า ไม่รู้จักเรื่องสั้นเรื่อง “แข่งหนังตะลุง”โดยภิญโญ ศรีจำลอง เพราะว่าเป็นเรื่องสั้นที่ถูกบรรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนภาษาไทยในสมัยนั้น…และตัวละครอย่าง พริ้ง พระอภัย ละครตัวเอกของเรื่องก็ถูกภิญโญ ศรีจำลอง จับวิญญาณของนายหนังตะลุงบรรจุไว้ในชีวิตไว้อย่างเต็มเปี่ยมทุกอณูเส้นเลือดก็ว่าได้….

นั่น…เป็นเรื่องแต่งที่จำลองเอาเหตุการณ์จริงๆ เข้าไปใส่ในตัวละครสมมุติ ทว่าใกล้เคียงและสมจริงสมจังที่สุดเท่าที่มีการแต่งเรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมทางใต้มา….และหลังจากท่านอาจารย์ภิญโญ ศรีจำลองได้เสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังไม่มีใครเขียนเรื่องแนวนี้ออกมาอีกเลย…

นครศรีธรรมราช เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามประชันหนังตะลุงได้อย่างเอกอุที่สุด…อาจจะเป็น เพราะสนามหน้าเมืองอันกว้างขวางใหญ่โต รองรับผู้คนได้มากมาย หรือว่าเป็นเพราะโปรโมเตอร์ผู้ชำนาญการอย่าง นายถวิล บุญช่วย นายพ่วง ช่วยคงทอง หรือ “ลุงเริญ” นายเจริญ คลิ้งทอง (นามสกุลจริง คือ เกลี้ยงทอง) หรือเปล่า ที่นายหนังแต่ละคณะให้ความเชื่อมั่น เข้าร่วมแข่งขันกันอย่างล้นหลาม นอกเหนือจากค่าราษฎร์โรง(เงินค่าแสดง)แล้ว รางวัลโล่ห์มงกุฎทองคำฝังเพชร ถือว่าเป็นประกาศนียบัตรชิ้นสำคัญ ที่จะทำให้นายหนังคณะนั้นๆ ก้าวขึ้นชั้นเป็นคณะหนังตะลุงมืออาชีพที่มีค่าตัวแพงลิบลิ่ว…ซึ่งจะกลาย เป็นโลโก้สำคัญเขียนติดไว้หน้าโรงตลอดอายุการเป็นนายหนังตะลุงคณะนั้นๆ…

ผมยังเด็กเรียนป.ขี้ไก่ แต่ยังจำได้เลือนลาง การแข่งหนังตะลุงนัดสำคัญในชีวิต เป็นการแข่งขันระหว่าง หนังปฐม ศิษย์ปล้องอ้ายลูกหมี กับหนังครูวิรัตน์ สี่หิ้ง ผอ.โรงวัดท่าม่วง ผู้จัดหรือโปรโมเตอร์ครั้งนี้คือ ลุงเริญ หรือ เจริญ คลิ้งทอง นั่นเอง

หนังปฐม ศิษย์ปล้องอ้ายลูกหมี หรือคนเมืองคอนรู้จักกันในนาม หนังถม เป็นนายหนังดาวรุ่ง ทีมีลีลาการแสดงคล้ายคลึงกับราชาหนังตะลุงอย่าง หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากลมากที่สุด กล่าวคือ มีการร้องเพลงคล้ายกับการแสดงคอนเสิร์ต หรือแม้แต่มุกตลกต่างๆ ก็ชวนทะลึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจคอหนังตะลุงอยู่ไม่น้อย

ส่วนหนังครูวิรัตน์ สี่หิ้ง มีอาชีพเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งผอ.รร.วัดท่าม่วง ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีฯ ท่านก้าวมาเป็นนายหนังเพราะถูกครอบครูมาจากบิดา (ทางใต้เรียก “รับเหมรย”) ซึ่งบวชเป็นเจ้าอาวาสอยู่ทีวัดใหญ่รัตนโพธิ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีฯ ท่านมีความสามารถรอบตัวจึงได้ฉายาสี่หิ้ง คือแต่ละหิ้งหมายถึง หนังตะลุง ,มโนราห์ ,เพลงบอก และอีกหิ้ง คือเป็นครูนั่นเอง….

ก่อนประชันขันแข่งกันในงานประจำปีของเมืองคอน ลุงเริญนำเทปของหนังตะลุงหลายคณะมาเปิดผ่านรายการวิทยุ แล้วให้แฟนรายการทำการโหวต ตัดคณะที่มีคะแนนน้อยออกไปเดือนละ 1 คณะจนกระทั่งเหลือ2 คณะอย่างที่ว่า….ส่วนวิธีการโหวตจะใช้วิธีไหน ต้องรออ่านตอนหน้าครับ.(รับรองว่าไม่ใช่ส่ง เอส เอ็ม เอส อย่างแน่นอน).

——————————————————————————————

หลังหมดยุคของนายพ่วง ช่วยคงทอง โปรโมเตอร์มือหนึ่งแห่งการจัดการแข่งหนังตะลุงเมืองคอน ลุงเริญ หรือเจริญ คลิ้งทอง ก็ผงาดมาแทนที่ทันที

ตอนนั้น ลุงเริญ ก็เป็นนักจัดรายการวิทยุอยู่แล้ว เมื่อนายพ่วงมีอันต้องวางมือเพราะเหตุผลทางด้านกฎหมาย ลุงเริญก็เข้ามาสวมได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

รายการวิทยุของลุงเริญ ก็คล้ายคลึงกับรายการของนายถวิล บุญช่วย และนายพ่วง ช่วยคงทอง คือการนำหนังตลุง มโนราห์มาเปิด สลับกับการโฆษณาสินค้าและข่าวบริการท้องถิ่นทั่วไป ประเภทงานบวช งานศพ และแม้แต่งานแต่งงาน…เพราะต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนการคมนาคมก็ไม่ค่อยสะดวก โทรศัพท์ถึงมีแต่ก็ใช่ว่าจะแพร่หลายเหมือนสมัยนี้ เพราะฉะนั้นวิทยุทรานซิสเตอร์ระบบเอ เอ็ม จึงเป็นสื่อชนิดเดียวที่เข้าถึงกลุ่มชาวบ้านไปทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็นในตลาดหรือกลางทุ่งนาก็ตาม

ผมไม่แน่ใจว่าการส่งข่าวไปประกาศจะต้องเสียงเงินเสียทองให้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คืออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าภาพมากมายนัก เพราะเมื่อมีงานก็เพียงเขียนข้อความนั่งรถไปหาลุงเริญที่สถานีวิทยุ ข่าวก็ได้ออกอากาศ และถ้าหากต้องเดินทางไปบอกญาติมิตรด้วยตัวเองก็คงต้องใช้เวลามาก และอาจมีค่าใช้จ่ายที่มากโขด้วยเหตุนี้รายการของลุงเริญ จึงกลายเป็นรายการท็อปฮิตติดชาร์จในเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อรายการได้รับความนิยมโฆษณาก็มีมาอย่างคึกคัก บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ส่งยาสีฟันไวท์ไลอ้อน สัญญลักษณ์ ตราสิงโตมาเป็นสปอนเซอร์ให้ลุงเริญ…

สมัยนั้นยาสีฟันที่ครองใจชาวบ้านร้านตลาดมาอย่างยาวนานก็คือยาสีฟันวิเศษนิยม มันเป็นยาสีฟันผงสมุนไพรในซองสีเหลือง รสชาติหอมซ่าเย็นช่องปากเวลาแปรงฟัน เมื่อลุงเริญเอายาสีฟันไวท์ไลท์ออนมาโปรโมททางรายการก็กลายเป็นสินค้าที่ชาวบ้านทุกหัวระแหงต้องหันมาลองใช้ดู และปรากฎว่าเป็นสินค้าฮิตติดตลาดอย่างรวดเร็ว ทุกบ้านหันมาใช้ยาสีฟันชนิดหลอดที่ชื่อไวท์ไลอ้อนกันเป็นทิวแถว และยาสีฟันชนิดผงอย่างวิเศษนิยมก็ค่อยๆ จางหายไปจากแผงสินค้าในเวลาไม่นานนัก

ลุงเริญนำเทปหนังตะลุงที่เข้าแข่งขันมาเปิดวนกันไป แล้วให้แฟนวิทยุส่งกล่องเปล่ายาสีฟันไวท์ไลออนส์ มาโหวตหนังตะลุงที่ตัวเองชื่นชอบ ในรอบหนึ่งเดือนพิจารณาแล้ว คณะไหนได้คะแนนน้อยกว่าก็เป็นอันตกรอบ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือเพียงสองคณะที่จะเข้าแข่งขันในสนามจริงในงานเดือนสิบ ณ สนามหน้าเมือง นครศรีธรรมราช

ปีนั้นหนังตะลุงคณะที่เหลือลงสนามจริงคือ หนังปฐม ศิษย์ปล้องอ้ายลูกหมี กับ หนังครูวิรัตน์ สี่หิ้ง

พ่อดูจะกระตือรือร้นเรื่องแข่งหนังตะลุงนัดนี้เป็นพิเศษ เพราะหนังครูวิรัตน์ สี่หิ้งเป็นน้องชายร่วมสายโลหิต และมีศักดิ์เป็นอาของผม แม้ผมจะเป็นเด็กไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก แต่ไม่วายที่จะตื่นเต้นไปกับพ่อด้วย

พ่อออกจากบ้านไปก่อนหน้าหนังตะลุงแข่งหนึ่งวัน นัยว่าจะไปจัดการเรื่องคนดูให้หนังครูวิรัตน์ด้วย เพราะแม้จะเป็นการแข่งขันแต่ก็ต้องมีการจัดตั้งกลุ่มคนดูกันบ้าง พ่อเป็นคนจัดหารถราเพื่อคอยรับส่งคนแถวหมู่บ้านไปดูการแข่งขันหนังตะลุงนัดนี้กันแบบฟรีๆ ให้ฟรีกันทั้งค่ารถและค่าบัตรผ่านประตู

พ่อหายสองวันกับหนึ่งคืน กลับมาในตอนสายของวันที่หนังตะลุงแข่งขันเสร็จแล้วในสภาพหน้าตาที่อิดโรยเต็มที ผมกับแม่ยืนจ้องหน้าพ่อเพื่อขอคำตอบแบบไม่อยากถาม

“แพ้” พ่อว่า คำเดียวสั้นๆ แต่มีความหมายชัดเจน แพ้ก็คือไม่ชนะ
“คนดูเหมือนจะพอๆ กัน แต่กรรมการเขาเห็นว่าทางโน้นจะเป็นนายหนังอาชีพมากกว่ามั้ง”พ่อพูดลอยๆ ไม่สนใจว่าจะมีใครสนใจฟังหรือไม่  แต่หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา หนังปฐม ศิษย์ปล้องอ้ายลูกหมี ก็กลายเป็นหนังตะลุงคณะเอกของเมืองคอนซึ่งคอหนังตะลุงทั้งหลายใฝ่ฝันอยากดูการแสดงเป็นยิ่งนัก ขณะเดียวกันลุงเริญก็ยังจัดรายการวิทยุของแกไป และการแข่งหนังตะลุงก็ยังคงจัดเรื่อยๆ เป็นประจำเกือบทุกปี มีใครแข่งขันกันบ้างสุดยากที่ผมจะจดจำได้ เพราะหลังจากวันนั้นผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวคราวเรื่องการแข่งหนังตะลุงอีก

หนังครูวิรัตน์ สี่หิ้ง ยังคงเล่นหนังตะลุงต่อไปอีกระยะหนึ่งก่อนจะเกษียณจากราชการและไปบวชจำพรรษาอยู่ที่วัดใหญ่รัตนโพธิ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยอำนวยในวัยชรา จึงลาสิกขาบท ไปพักอาศัยอยู่กับลูกชายคนรองที่อำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช.

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: