♥ ตะลุยห้วงอวกาศ



“เลยเวลาอาบรังสีมา 5 วินาทีแล้วนะคะ กัปตัน” เสียง ปัทนีย์ มนุษย์อวกาศสาวย้ำเตือนมาจากข้างหลัง ทำให้ดร.สิโรจน์ซึ่งกำลังฟุบหลับอยู่กับโต๊ะทำงานงัวเงียขึ้นมาทันที เขาสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง 2-3 ครั้ง ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง

“อืห์ม….จริงสิ ผมรู้สึกเพลียนิดหน่อย เลยวูบไป”เขากล่าวพร้อมกับยืนขึ้น มือก็คว้าอุปกรณ์สำคัญบางอย่างที่ใช้สำหรับสวมใส่ยามที่ต้องเข้าห้อง “ฉายรังสี”

“ดูมอนิเตอร์ไว้ให้ผมด้วยนะ” เขาชี้ไปที่จอคอมพิวเตอร์ “ตอนนี้ยานเรากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 1,500 ไมล์ต่อชั่วโมง วิทยันต์ เขาขอเพิ่มเป็น 2,500 แต่ผมยังไม่อนุมัติ”เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เอาจริงเอาจัง “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงโคจรของกลุ่มดาวซึ่งหนาแน่นมาก ถ้าเขาต้องการเพิ่มความเร็ว ต้องรอผมก่อน”

“ได้ค่ะ”หล่อนรับคำ ขณะจ้องตามร่างของดร.หนุ่มที่ก้าวเท้ายาวๆจากไป นี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนต้องมาเตือนเขาให้เข้าห้องอาบรังสี เพราะปกตินักบินอวกาศทุกคนต่างก็รู้หน้าที่ของตนเองดีอยู่แล้วว่า ทุกๆ 24 ชั่วโมงร่างกายของตนเองต้องได้รับรังสี อุลตร้าไวโอเล็ตจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพสมดุลย์เสมือนยังใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ หรือเป็นเพราะภาระหน้าที่ของการเป็น “กัปตัน”ที่ทำให้ดร.สิโรจน์ต้องหลงลืมเรื่องนี้ไปบ้าง…

เป็นเวลานานนับเดือนแล้วที่หล่อนและพรรคพวกอีก 2-3 คนต้องมาใช้ชีวิตอยู่บนยานลำนี้ เจตนาเพียงเพื่อเป็นสื่อกลางในการกระจายคลื่นวิทยุเพื่อค้นหาดาวดวงอื่นที่มีสภาพใกล้เคียงกับโลก และถ้างานนี้สำเร็จ ก็หมายความว่ามนุษย์จะมีโลกดวงที่สองเอาไว้เป็นที่อาศัย หรือไม่ก็ใช้เป็นที่พักพิงถาวรยามที่โลกใกล้สิ้นอายุขัย

ยานอวกาศลำนี้ชื่อ ทศกัณฐ์ มีหน้าที่หลักคือเป็นสถานีอาวกาศ ขณะเดียวกันก็สามารถเปลี่ยนภาพเป็นยานอาวกาศได้เช่นกัน สามารถเคลื่อนที่ได้รอบทิศทางโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในกาศเปลี่ยนแนวโคจร และสามารถทำความเร็วในแนวระนาบได้ถึง 100,000 ไมล์ต่อชั่วโมงทีเดียว

รอบๆตัวยานจะติดตั้งระบบอินฟาเรดเพื่อตรวจสอบไว้หลายรูปแบบ นับตั้งแต่การวัดความหนาแน่นของบรรยากาศ ความหนาแน่นของกลุ่มดวงดาว รวมทั้งแนวโคจรของดวงดาวต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ยานอาวกาศลำนี้จะไปชน หรือถูกชนจากกลุ่มดาวต่างๆ ยกเว้นความเร็วเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการของผู้ควบคุมยาน

ตัวเลขจากหน้าจอมอนิเตอร์บอกว่าขณะนี้ ตัวยานได้เคลื่อนที่ห่างจากผิวโลกมาแล้ว 5หมื่นล้านไมล์ ซึ่งมากกว่าระยะทางจากโลกไปถึงดาวเคราะห์ดวงสุดท้ายของระบบสุริยะจักรวาลประมาณ 10 เท่า ระยะทางขนาดนี้ถ้าจำเป็นต้องเดินทางตามความเร็วปกติจะต้องใช้เวลาร่วม 20 ปี!

สายตาของปัฐนีย์จับอยู่ที่จอมอนิเตอร์ ภาพของหมู่ดาวและสะเก็ดหินฝุ่นควัน ยังลอยเกลื่อนอยู่ทั่วไป  แต่ด้วยระบบที่ทันสมัยของยานลำนี้ทำให้มันสามารถหลบหลีกจากการปะทะเหล่านั้น  ภาพจากจอมอนิเตอร์เห็นมันเคลื่อนที่ไปเร็วมาก  เธอรู้สึกตาลายและต้องสวมแว่นปรับความเร็ว…

แว่นปรับความเร็วเป็นเทคโนโลยี่อีกชิ้นหนึ่งเมื่อสวมใส่แล้ว  ทำให้ผู้สวมรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ด้วยความเร็ว 1,500 ไมล์ต่อชั่วโมงนั้นลดเหลือเพียง 150 ไมล์ต่อชั่วโมงเท่านั้นเอง…

เธอรู้สึกว่าอาการวิงเวียนของเธอค่อยดีขึ้น…ความครุ่นคิดคำนึงส่วนหนึ่งก็ลื่นไหลไปตามอารมณ์

วันนี้…ตามปฎิทินอิเลคทรอนิคส์บอกว่า เป็นวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2653 นี่ถ้าพวกเธอยังอยู่บนโลกมนุษย์ก็คงสดชื่นรื่นรมย์อยู่กับงานเฉลิมฉลองส่ง ท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อยู่ที่ไหนซักแห่ง แต่ด้วยภาระหน้าที่สำคัญ ทำให้เธอจำต้องเดินทางไกลมากับสถานีอวกาศแห่งนี้พร้อมกับเพือนร่วมทีม อีก 4 คน…

 


กำลังพยายาม จะเขียนให้จบ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: