♥ ความรักมักเป็นอย่างนี้


ไม่ทราบมีใครเคยเจอกันบ้างหรือเปล่า ภาพของคนตาย หัวกะโหลกแยกออกเป็นกระบิเหมือนแตงโมโดนทุบ ก้อนสมองไหลปนก้อนเลือดที่ทะลักออกมาเป็นลิ่มๆส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งทั่ว เธอ….เป็นหญิงสาวอายุราว 20 เศษ ดวงตาเธอเหลือกถลนอ้าปากค้าง แต่มือขวายังกำปืนลูกโม่ขนาด .38 ไว้แน่น
เขา…เป็นร่างของชายหนุ่มอายุน่าจะเลยวัยสามสิบ โดนคมกระสุนจากปืนกระบอกเดียวกันเจาะเข้าที่หน้าผาก และหน้าอกที่ละ 1 นัด สภาพศพนุ่งกางเกงลำลองขาสั้นไม่สวมเสื้อ ไม่มีเลือดไหลจากบาดแผลสักหยด นอนตายอยู่บนเก้าอี้โยกใกล้ๆกัน
โน่นห้องครัว…เลยไปประมาณ4วาเศษๆ หญิงวัยประมาณ 30 นั่งตัวสั่นหน้าซีดเผือด เธอประคองทารกอายุราว 1 ขวบไว้กับอก ท่าทางยังตื่นตระหนกไม่หาย….
ปีนั้น…ผมยังเป็นนักข่าวอยู่กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง ชึวิตยังครื้นเครงอยู่กับความโลดโผนโจนทะยาน ค่ำไหนนอนนั่น หิวตรงไหนกินตรงนั้นไม่อินังขังขอบกับชีวิตมากมายนัก
แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเอาจริงเอาจังมากๆก็คือ จะตกข่าวไม่ได้….โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวอาชญากรรม พอได้ยินสัญญาณวิทยุถึงคดี 288 (รหัสวิทยุ)ก็ต้องรีบเผ่นผลุงไปทันที
เป้าหมายเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นลึกเข้าไปในซอย 50 เมตรเห็นจะได้ ไปถึงเจอกลุ่มไทยมุงรายรอบเต็มไปหมด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งคอยกันไม่ให้คนเข้า
แต่ผมเป็นนักข่าว….ผ่าน
ที่เกิดเหตุอยู่บนชั้น 2 ผมก้าวยังไม่เลยบันไดขั้นสุดท้ายก็โชยกลิ่นคาวเลือดเต็มจมูก
ห้องนั่งเล่นประมาณ5-6ตารางเมตร เต็มไปด้วยเลือดสดๆเป็นลิ่มๆ สีแดงคล้ำจนเกือบเป็นน้ำตาลแสดงว่าเริ่มจะแข็งตัวแล้ว แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนี้ยังไม่น่าเกิน 30 นาที
ผมถ่ายภาพผู้ตายไว้อย่างละเอียดทุกแง่มุม เลนซ์ซูมแสดงบทบาทของมันเต็มที่ เพราะเข้าใกล้มากกว่านี้มีหวังเหยียบกองเลือด ลื่นหัวทิ่มแน่นอน…ถึงกระนั้นก็ค่อนข้างลำบากเหมือนกันเพราะที่เกิดเหตุแคบเอามากๆ ผมต้องใช้ทั้งเทเลและไวด์เก็บภาพจนครบทุกมุม
ผู้ตายที่เป็นผู้หญิงดูจากบัตรประจำตัวระบุว่าเป็นนักศึกษา หนาตาดีทีเดียว ส่วนผู้ชายทำงานธนาคารแห่งหนึ่ง ทั้งคู่เรียนภาคสมทบในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ส่วนผู้หญิงเคยเป็นนักศึกษาฝึกงานที่นั่น และกำลังบรรจุเข้ามาเป็นพนักงานประจำที่เดียวกัน….
ถามหญิงที่นั่งอุ้มเด็กตัวสั่นอยู่ในครัวปรากฏว่า เธอเป็นภรรยาผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุเธอทำอาหารอยู่ได้ยินเสียงสามีร้องว่า “อะไรกัน” แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น 2 นัด เธอวิ่งออกมาดูเห็นหญิงสาวคนนี้กำลังเอาปืนจ่อหัวระเบิดกะโหลกตัวเองพอดี….เห็นจะๆเต็มตา…เธอบอก
ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าหญิงสาวคนนี้มาที่บ้าน2-3ครั้ง มาในฐานะ”ครูสอนพิเศษ”ให้ลูกชายคนโตอายุ 6 ขวบ แต่เรื่องความสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่านั้น เธอไม่เคยทราบมาก่อน…
ลูกชายผู้ตายฝ่ายชายบอกว่า เห็นน้า…เข้ามาถือถุงกระดาษสีน้ำตาลมาด้วย นึกว่าจะมาสอนพิเศษอีก แต่ไม่โทร.มาบอกก่อนเหมือนทุกครั้ง เจอกันหน้าบ้านก็เลยถามว่ามาหาพ่อเหรอ แต่น้า….ไม่ตอบ
ถุงสีน้ำตาลที่ว่าจมกองเลือดอยู่ใกล้ๆร่างหญิงสาว ตำรวจบอกว่าน่าจะเป็นถุงใส่ปืน
ตำรวจเก็บปืนไว้เป็นหลักฐานพร้อมสอบสวนเพิ่มเติมไปถึงเจ้าของ และกลุ่มเพื่อนของผู้ตายทั้ง 2 คน ความลับเลยกระจ่าง
คดีนี้ไม่มีอะไร…เรื่องชู้สาว
ทั้งคู่รู้จักกันเพราะฝ่ายหญิงเป็นนักศึกษาฝึกงาน และมีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆ ตอนแรกฝ่ายหญิงไม่รู้ว่าฝ่ายชายมีภรรยาแล้ว ต่อเมื่อรู้ก็คิดจะตีจาก แต่ฝ่ายชายไม่ยอม โดยบอกว่าจะขอหย่ากับภรรยาเพื่อแต่งงานกับฝ่ายหญิง แต่รอให้ภรรยาคลอดลูกคนเล็กก่อน
ฝ่ายหญิงเลยใจอ่อนและยอมคบกับฝ่ายชายมาเรื่อยๆ แต่ยิ่งคบก็ดูเหมือนจะแค่เปลืองตัวเปลืองใจ เพราะฝ่ายชายไม่มีทีท่าจะหย่ากับภรรยา ทั้งที่ลูกคนเล็กก็จะอายุเลยขวบเข้าไปแล้ว พอถามถึงสัญญาที่เคยให้ไว้ ฝ่ายชายก็ดูเหมือนจะบ่ายเบี่ยง ทำเป็นเหยียบเรือสองแคม ประมาณจะให้ฝ่ายหญิงเป็นภรรยาคนที่ 2 และยิ่งนานวันฝ่ายชายก็ดูทำตัวเหินห่างด้วย
นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้ฝ่ายหญิงคิดหนัก และคิดมาก เพื่อนๆบอก
ส่วนเจ้าของปืนมีศักดิ์เป็นลุงของฝ่ายหญิง ด้วยอาชีพข้าราชการและเป็นปืนมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ตำรวจจึงคืนให้ และเขาเล่าให้ฟังว่า ฝ่ายหญิงมาเรียนหนังสือและพักอยู่ด้วยตั้งแต่ชั้น ปว.ส. และเคยเล่าให้ฟังเหมือกันว่าไปรับงานเป็นครูสอนพิเศษ สำหรับเรื่องส่วนตัว…ตนไม่เคยรับทราบแต่ก็สังเกตุเห็นผู้ตายมีอาการเหงา ซึมเหมือนกัน เคยถามแต่ผู้ตายบอกว่าไม่มีอะไร
สรุปแล้วคดีนี้ไม่พ้นเรื่องของหัวใจกับความรัก ผู้หญิงอาจรักมากและมีความหวัง ส่วนผู้ชายอาจรักเหมือนกันแต่เป็นรักที่ต้องแบ่งออกเป็นส่วนๆ หรือบางทีอาจเป็นรักหลอกๆที่คอยเก็บไข่แดงกินไปวันๆก็อาจเป็นได้เหมือนกัน เรื่องนี้ข้อเท็จจริงต่างๆ ใครรัก ใครหลอก อยู่ที่ผู้ตายทั้ง 2 คนนั่นแหละแต่….เอ…ใครจะไปถามล่ะ นอกจากจะคอยระวังว่า ความรักที่จบลงด้วยความตายแบบนี้ อย่าให้เกิดกับตัวเองก็พอ…
หรือคุณว่าไม่จริง?

Advertisements

5 ความเห็น (+add yours?)

  1. ida_pai
    เม.ย. 29, 2009 @ 09:50:00

    เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะค่ะ

    ตอบกลับ

  2. Anonymous
    มิ.ย. 29, 2010 @ 22:19:10

    อืม เก็บเป็นบทเรียน อย่าทำกับคนที่คุณรักอย่างนี้ละกัน เพราะ 1 ชีวิตที่คุณล้อเล่น แต่เป็น 1 ชีวิตที่มีค่าต่อใครอีกหลายคน

    ตอบกลับ

  3. "คนเล่าเพลง"
    ก.ค. 03, 2010 @ 17:14:10

    ขอบคุณสำหรับการเยี่ยมชม

    ตอบกลับ

  4. panida
    ก.ย. 10, 2010 @ 01:55:07

    ความคิดเห็นที่ 2 ถูกต้องเลย เรื่องความรักอย่าล้อเล่นกับชีวิต เพราะมันเรียกกลับคืนไม่ได้เมื่อเสียไปแล้ว ทั้งชีวิต และความรู้สึก

    ตอบกลับ

  5. ยัยต๊องส์
    ก.ย. 10, 2010 @ 02:03:51

    ความคิดเห็นที่ 2 ก็ของข้าพเจ้าเองค่ะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: