♥ ชาตรี ศรีชล



“ชาตรี ตายแล้วโว้ย ไม่ไปทำข่าวล่ะ” มีเสียงตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าโรงพิมพ์ในเช้าวันหนึ่งขณะที่ผมกำลังง่วนอยู่ กับการเรียบเรียงข่าว ชะโงกหน้าออกไปดูเห็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งเข้ามาจอด

นึกว่าใคร…คนส่งหนังสือพิมพ์ประจำโรงพิมพ์เรานั่นเอง…”ชาตรี ตายแล้วจริงๆ”เขาย้ำคำพูดเดิมอีกทีเหมือนกลัวผมจะไม่เชื่อ

“เหรอ….ที่ไหนล่ะ”ผมถาม

“ก็ชาตรีพักอยู่โรงแรมแสงทองนะ คุณลองไปดูที่นั่นสิ”เขาบอก

ช่วง นั้นประมาณปี 2532-2534 (ไม่แน่ใจ) ผมทำงานอยู่กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งในชลบุรี ทำทุกอย่างตั้งแต่จัดหน้า เรียบเรียงข่าว คัดเลือกข่าว หาโฆษณาหรือแม้แต่เป็นนักข่าวเสียเอง และกับชาตรี ศรีชล ผมพอจะได้สัมผัสอยู่บ้าง เพราะเขาใช้ชีวิตในช่วงนั้นเป็นนักร้องตามสวนอาหารอยู่ในตัวเมือง

เรือนอาหารสายชล ของบุปผา สายชล(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) สวนอาหารแฟนแอนด์จิ๊บหน้าร.พ.ชลบุรี(คุณสมานเจ้าของร้านก็เสียชีวิตแล้วเช่น กัน) เป็นสถานที่ที่จะเจอะเจอกับ ชาตรี ศรีชล บ่อยที่สุด

แน่นอน….พอทราบเรื่องนี้เลือดนักข่าวในกายก็ฉีดพล่านขึ้นมาทันที ผมคว้ากระเป๋ากล้องคู่ใจคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่ง ห้อไปให้ถึงแหล่งข่าวโดยเร็ว

ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีผมไปถึงโรงแรมแสงทอง เจอกับพนักงานโรงแรม

“หนูเห็นอาการเขาไม่ดีค่ะ เลยเรียกสามล้อให้ไปส่งโรงพยาบาล”เจ้าหล่อนจีบปากจีบคอชี้แจง ผมรีบเดินออกจะไปที่โรงพยาบาล แต่เธอก็เรียกไว้

“แต่หนูได้ยินคุณชาตรีเขาบอกให้สามล้อคันนั้นไปส่งที่เรือนจำนะพี่”

ผมพอจะนึกออกเลือนลาง ชาตรี ศรีชล เคยติดคุกอยู่ที่นั่นช่วงหนึ่ง คงจะมีอะไรผูกพันอยู่ที่นั่นบ้างกระมัง และตามข้อมูลที่ได้เพิ่มเติมมา ชาตรี ศรีชล ไม่ไปร.พ.แต่อยากมาหาเพื่อนที่นั่น เพื่อนคนนี้เป็นผู้คุมอยู่เรือนจำกลางชลบุรี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพื่อนกันตอนติดคุกหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อนหน้านั้น แล้ว เพราะเมื่อไปถึงผมไม่เจอกับผู้คุมคนที่ว่า แต่เจอกับภรรยาของผู้คุมแทน เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อ “ปราณี”

ผมยกมือสวัสดีและพูดคุยกัน…

……..ซมซาน…ทรมาน…มานานหลายปี ขาดคนเมตตาปราณี ขาดน้องพี่มานานแสนนาน…..พี่ถูกตัดรัก ตัดรักจนเซ่อซมซาน ไกลพี่ไกลจากบ้าน สงสารฉันบ้างเถอะสาว…..

นั่นเป็นเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของบทเพลงที่ชื่อ “ซมซาน” ชาตรี ศรีชลแต่งเอง ร้องเอง พี่ปราณีบอกว่าเป็นบทเพลงที่ชาตรีแต่งให้เป็นที่ระลึก

พี่ปราณีหยิบถุงกร๊อบแกร๊บมาให้ผมดู บอกว่าเป็นของชาตรี ศรีชลที่ติดมาด้วยกับรถสามล้อ ในนั้นมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน รองเท้า 2 คู่ ผมไม่อยากจะแน่ใจว่านั่นคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ติดตัว ชาตรี ศรีชล ราชาลูกทุ่งผู้โด่งดังในอดีต แต่ผมก็เห็นกับตาว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ….

พี่ปราณีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชาตรี ศรีชล น่าจะเสียชีวิตระหว่างทาง เพราะเมื่อมาถึงเรือนจำก็ตัวแข็งหมดแล้ว สามีของเธอจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์วินิจฉัย

ผมตามไปที่โรงพยาบาลอีกรอบ เจ้าหน้าที่บอกว่าญาติมารับศพกลับบ้านไปแล้ว

ผมกลับมาถึงโรงพิมพ์ด้วยอาการเศร้าซึม เพราะชาตรี ศรีชลเป็นนักร้องที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มตั้งแต่เพลง ทหารห่วงเมีย สมัครรักสมัครแฟน ธรณีชีวิต ช้ำรักจากเมืองชล และอีกหลายๆเพลงเลยทีเดียว (หลายปีต่อมาผมยังมีโอกาสพูดคุยกับ “พี่วิไล”อยู่ที่บ้านโขด ชลบุรี พูดถึงเพลง สาวผักไห่ “โอกาสหน้าพี่จะมาหาใหม่ ไม่ลืมคนชื่อวิไลบ้านผักไห่อยุธยา…..”อีกด้วย)

ผมบรรจุข่าวชาตรี ศรีชล เสียชีวิตลงบนกรอบเล็กๆในหน้าในของหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น แต่อีก 2-3 วันต่อมาหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวสีจากส่วนกลางเกือบทุกฉบับก็พาดหัวตัวเป้ง บนหน้าหนึ่ง

“งานศพชาตรี เงียบเหงา” ซึ่ง พิจารณาจากเนื้อข่าวแล้วก็ปรากฎว่ามีเฉพาะญาติสนิทและเพื่อนสนิทจริงๆแถวๆ บ้านเท่านั้นที่ไปร่วมงาน ผมคิดถึงสัจจธรรมของชีวิต สมัยรุ่งเรืองชาตรี ศรีชล คงจะมีเพื่อนพ้องบริวารมากมาย แต่เมื่อเดินทางมาถึงจุดตกต่ำก็คงไม่มีใครอยากเหลียวแล….

ไม่ว่าจะเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต หรือเพราะการกระทำของตัวเอง ชาตรี ศรีชล ก็ยังคงเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่เก่งกาจชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง แต่กับเรื่องการใช้ชีวิตนั้น…..ผู้ที่ใกล้ชิดกับชาตรี ศรีชลจริงๆน่าจะให้ข้อมูลได้ดีกว่าผม.



ฟังเพลงใหม่ที่แต่งโดย ชาตรี ศรีชล(ไม่เคยบันทึกเสียงมาก่อน)
ร้องโดย ติ๊ก ไซโล
1.ชายชาติเสือ
2.กินข้าวแดง
3.จดหมายลอยลม
4.กลับมาอีกครั้ง

About these ads

11 ความเห็น (+add yours?)

  1. ยัยต๊องส์
    ก.ย. 14, 2010 @ 20:44:07

    ซมซาน…ทรมาน…มานานหลายปี ขาดคนเมตตาปราณี ขาดน้องพี่มานานแสนนานได้ยิน ยายเปิดแต่เด็ก เพิ่งรู้นะว่า คนร้องชื่อ ชาตรี ศรีชล

    ตอบกลับ

  2. srinswan
    มิ.ย. 23, 2011 @ 14:10:44

    “บ้านเราน้ำเค็มคราน้ำเต็มสุดจะอ้างว้าง โธ่น้องไม่น่าเลยนางเค็มทุกอย่างกระทั่งหัวใจ ทิ้งหนุ่มทะเลให้ว้าเหว่เจ้ารู้บ้างไหม แสงสีเงินทองยั่วใจพาเจ้าไกลทำให้พี่หมอง….กลิ่นคาวของปลามันช่างน่ารังเกลียด ผู้คนหยามเหยียดน้องหญิงไม่มอง เราโตขึ้นมามีน้ำกับฟ้าและน้องทำไมต้องลืมท้องทะเล กลับหลงชาวกรุงเกียรติฟุ้งชื่อหอมให้เขาดมดอมโดยไม่หันเห พอพี่ทราบข่าวแสนเศร้าแทบเซลืมหนุ่มตังเกไม่มีจะกิน เพราะชาวประมงผิวไม่ชงด้วยนมหน้าตาขื่นขมใครก็ติฉิน เหม็นสาบไปทั่วกลิ่นตัวไม่สิ้นแต่ไม่มีกลิ่นที่ตรงหัวใจ น้ำเค็มคือเกลือแต่ชาวเรือใจซื่อยังคงยึดถือคำมั่นเอาไว้ รักสาวทะเลไม่รวนเรห่างไกล ก็แล้วเล่าใครเป็นคนลืมคำ ผืนทะเลสุดคเนกว้างใหญ่มันฝืนหัวใจของเจ้าที่ดำ จะทิ้งความเศร้าลอยเคล้าไปกับน้ำ พี่ขอคืนคำให้ตามเจ้าไป อยู่ไหนแก้วตาพัทยาบางแสนหัวหินแหลมแท่นเจ้าได้ยินไหม จงรับไปเถอะอย่าได้เจอะชาติใด พี่ขอตรอมใจอยู่เมืองชลบุรี เมืองของคาวแต่ว่าสาวใจคด รักทรยศจนหมดป่นปี้ สุขเถิดหนาแก้วตาคนดีเจ้าเกลียดวารีจะรู้ดีเมื่อตรอมใจ”…….นี่ก็อีกบทเพลงหนึ่งที่ชาตรี ศรีชล แต่งและร้องเองซึ่งเป็นเพลงที่ผม @@ ชอบมากที่สุดจวบจนปัจจุบัน

    ตอบกลับ

  3. bigcat45
    ส.ค. 15, 2012 @ 19:11:00

    สมัยก่อนนั้นเพลงของชาตรี ศรีชล เป็นที่ได้รับความนิยมมาก

    ตอบกลับ

  4. ปัญญชลี ใช้เฮ็งสกุล
    ก.ย. 27, 2012 @ 00:58:46

    เพลงที่คุณsrinswan เอ่ยถึง ชื่อเพลง”นางลืมทะเล” ครับผม ผมเป็นนักเรียนรุ่นน้องของชาตรี ศรีชล ที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง (ชลชาย) แต่รุ่นน้องหลายรุ่น ไม่ทันตอนเรียน แต่เคยเห็นตอนเวลามีงานบวชนาคที่วัดโพธิ์ ตำบลบ้านโขด จังหวัดชลบุรี เพราะบ้านผมอยู่ใกล้วัดโพธิ์ พี่ชาตรีมักจะร้องเพลง รำหน้านาคบ้าง ระยะหลังๆ พี่ชาตรี พักอยู่บ้านแถวๆ คลองสังเขป(ชาวบ้านเรียกติดปากว่า”สะพานคลอง”) พี่ชาตรี ร้องและแต่งเพลงเก่งมาก พี่ชาตรีเคยเป็นนักร้องในวงศรีนวล สมบัติเจริญ และแต่งเพลงให้นักร้องในวงร้องอีกหลายคน เช่น เพลง”รักหน่อยนะ” ร้องโดย ศรีนวล สมบัติเจริญ “เมารัก” ร้องโดย
    ดำ แดนสุพรรณ “ลมว่าว” ร้องโดย กังวาลไพร ลูกเพชร ฯลฯ อีกทั้ง ยังเป็นคนชักชวนให้ สุรชัย สมบัติเจริญ (ลูกชายศรีนวล กับ ครูสุพล) มาร้องเพลงลูกทุ่ง นอกจากนี้ยังแต่งเพลง”ป่าแสม” (ป่า-สะ-แหม) ให้วงชาตรี (นราธิป กาญจนวัฒน์) ร้องอีกด้วย ผมเคยเห็นคุณแม่ของพี่ชาตรี ศรีชล ออกทีวี ร้องเพลงได้ไพเราะมาก และบอกว่ายังมีเพลงของพี่ชาตรีที่แต่งไว้อีกมากมาย ที่ยังไม่ได้บันทึกเสียง พี่ชายของพี่ชาตรี ก็ร้องเพลงไพเราะเช่นกัน อยู่แถวหนองขยาด พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ส่วนลูกชายคนหนึ่ง (เอกกวี ศรีชล) ก็มีผลงานเพลงเหมือนกัน ผมมีแผ่นเสียงของเอกกวี อยู่ ๑ แผ่น เอกกวี ศรีชล เคยร้องเพลง”สาวผักไห่” ซึ่งเป็นเพลงของพ่อที่แต่งเองและร้องเอง ในงานกึ่งศตวรรษ ลูกทุ่งไทย ประมาณปี ๒๕๓๕ (ถ้าจำไม่ผิด) และบันทึกเสียงร้องไว้ด้วย น้ำเสียงก็คล้ายพ่อเหมือนกัน ผมรู้จักเพื่อนสนิทคนหนึ่งของพี่ชาตรี ศรีชล ชื่อพี่สมชาย ศรีสุนทรโวหาร ถ้าใครไปเที่ยวที่เมืองชล หรือแถวสัตหีบ ลองถามดู เขารู้เรื่องของพี่ชาตรี เป็นอย่างดี

    ตอบกลับ

  5. chaty
    ก.พ. 21, 2013 @ 18:26:02

    ชึ่งใจแท้เจ้า ซื้อเหล้าให้พี่อีกแบน เพลงนี้คุณชาตรี ศรีชล เขียนเพื่อขอบใจน้องสาว ที่ซื้อเหล้าให้ดืมขณะที่ตกยากลำบาก ผมได้ข้อมูลนี้ในปี2536 ขณะเข้าบำบัดที่ ถำกระบอก ผู้ให้ข้อมูลอ้างว่าเรียนด้วยกัน เล่นดนตรีด้วยกันสมัยเรียนม. แก่บอกว่าเปิดม่านเวที ยังกับปล่องโรงสีไฟ พี่เค้าชื่อแดง อยู่วัด กลาง เมืองชล (20ปีแล้ว) ข้อมูลจริง เท็จอย่างไร ใครรู้บอกด้วย นักดนตรีเก่งๆจากไปเพราะความเมาเยอะจริงๆ นืกถืง ชัคกี้ ธัญฯอีกคน ขอชื่นชมในความสามารถของท่าน

    ตอบกลับ

  6. Lek
    ต.ค. 09, 2013 @ 02:19:22

    พี่แกยังมีเพื่อนรักคอยไปเยี่ยมแกตอนติดคุกตอนนี้อยู่อ่างศิลาชื่อ”ทอม”คนนี้มีข้อมูลมากทำงานขับรถร้านอ๊อกซิเย่นแถวถนนบายพาส

    ตอบกลับ

  7. Lek
    ต.ค. 09, 2013 @ 02:25:44

    ผมยังจำแกได้ตอนที่แกเป็นเด็กวัดอยู่วัดใหม่ท่าโพธิ์เมื่อก่อนเป็นต.นามะตูมปัจจุบันต.กุฎโง้งอ.พนัสนิคมมาหาพี่ชายผมประจำ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: